•  โรงเรียนสัตย์สงวนอนุสรณ์

.ด้วยความศรัทธาในคำสั่งสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษาที่บริสุทธิ์ที่จะทำให้คนพัฒนาตนเองได้ถูกต้องจนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้ทุกคนได้พบสันติสุข มีอิสรภาพ และทำสังคมให้มีสันติภาพ

ทั้งนี้ด้วยความตระหนักว่าปัญหาทุกชนิดที่มนุษย์กำลังประสบอยู่ มีมูลเหตุมาจากการขาดซึ่งปณิธาน ๓ ประการดังกล่าวข้างต้น การที่มนุษย์ทอดทิ้งคุณธรรม ดูดายธรรมชาติ และลืมรากเหง้าของตน ดูถูกความเป็นคนสันโดษ หลงใหลความศิวิไลและความสะดวกสบายทางวัตถุนิยม และจมอยู่กับมายาที่มนุษย์สร้างขึ้นเท่าใด ความทุกข์ ความลำบากต่างๆก็จะเกิดขึ้นกับมนุษย์นับเท่าทวีคูณ
การจัดการศึกษาเพียงเพื่ออ่านออกเขียนได้ มีอาชีพ เพื่อที่จะได้กินดี อยู่ดี จึงไม่เพียงพอสำหรับเด็กที่จะอยู่รอดได้ในสังคมปัจจุบันและอนาคต การให้การศึกษาอบรมทางด้านคุณธรรม จะต้องเป็นงานหลัก ฝังรากลึกถึงจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์และจิตสำนึกของความเป็นไทย จึงจะแก้ไขต้นตอของปัญหาต่างๆได้

โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ได้ทำการศึกษา วิจัย ทดลอง เทคนิควิธีการสอนธรรมะในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนฝึกฝน อบรมนักเรียนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้ความสำคัญในการส่งเสริมเด็กทุกคน ให้เข้าถึงหัวใจศาสนาของตน โดยได้จัดทำหลักสูตรการเข้าถึงหัวใจพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาเด็กสู่ความเป็น เด็กดาวฤกษ์ เป็นหลักสูตรที่ให้เด็กได้เรียนรู้ภายในตนเอง (Self-insight Focus)  มีลักษณะที่ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 ฉบับแก้ไขปรับปรุง พุทธศักราช 2545 ที่มุ่งพัฒนาให้เด็กพึ่งพาตนเองได้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเช่นเดียวกับดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง และส่องแสงเจิดจรัสในจักรวาลนี้

การทำเด็กให้เข้าถึงหัวใจศาสนาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นวิธีการเดียวเท่านั้น ที่จะหล่อหลอมคุณลักษณะนิสัยที่ดีงามและถูกต้อง พร้อมที่จะเบิกบานในวันข้างหน้า
ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวไว้ในหนังสืออุดมคติอนุบาลว่า เด็กมีสัญชาตญาณของความมีตัวตน มาตั้งแต่เล็ก ถ้าถูกจูงไปใน ทางโพธิ สัญชาตญาณนั้นก็จะพัฒนาไปสู่ความเป็นพุทธะ แต่ถ้าเราปล่อยให้ระบบกิเลสเข้าครอบงำเสียก่อนแล้ว สัญชาตญาณตัวนี้จะกลายไปเป็นความเห็นแก่ตัว ซึ่งก็คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหลาย ท่านยืนยันว่า “เด็กสามารถเข้าถึงหัวใจศาสนาได้ และวิธีสอนให้เด็ก เข้าถึงหัวใจศาสนาเป็นวิธีที่ลัด ตรง ง่าย และคุ้มค่าที่สุดเพราะเมื่อเข้าถึงหัวใจศาสนาแล้ว ธรรมะอื่นๆจะตามมาเอง

ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวไว้อีกว่า “ต้องสอนสิ่งที่ดีที่สุดของพระพุทธศาสนาให้เด็กอนุบาลทราบ เอาธรรมอันประเสริฐของพระพุทธเจ้ามาใช้กับเด็กได้ทุกระดับ ธรรมที่ใช้นิพพาน ปรับปรุงลดลงมาสอนให้เด็กเข้าใจง่าย”
“สอนอริยสัจ 4 ให้เด็กเข้าใจได้ง่าย คือ ทุกข์นั้นมีเหตุ และการดับทุกข์ต้องดับที่เหตุ ไม่ใช่ดับที่ตัวทุกข์ ดับที่เหตุของทุกข์”

ในวันมาฆบูชาปี พ.ศ.2544 โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ ได้ประกาศเป็นโรงเรียนอุดมคติ 3 โดยนำเอาโอวาทปาติโมกข์ที่ว่า ไม่ทำความชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตให้บริสุทธิ์และอื่นๆ มาเป็นแนวทาง นำพาผู้เรียนเข้าถึงหัวใจพระพุทธศาสนา โดยใช้เป็นหลักในการพัฒนาเด็ก จากการละความชั่ว มาสู่ความดี และเข้าถึงจิตที่บริสุทธิ์ คือ มีสุขแท้จริงนั่นเอง

2 1 4 3

ในวันมาฆบูชาปี พ.ศ.2547 โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ โรงเรียนอุดมคติ 3 ได้ประกาศมาฆบูชาฉบับที่ 2 ว่า โรงเรียนจักนำพาผู้เรียนเข้าสู่กระแสพระนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมผู้เรียน 3 ประการ คือ

1.ให้นักเรียนได้รู้จักชีวิตที่แท้จริง จนเป็นผู้ที่มีความเห็นแก่ตัวน้อย
2.ให้มีศรัทธาและยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

3.ให้เป็นผู้มีปัญญา ใช้เหตุผลในการปฏิบัติสิ่งต่างๆ ไม่ให้เป็นผู้ที่งมงาย ไม่เชื่อในสิ่งไร้สาระ ซึ่งไม่ใช่หลักพระพุทธศาสนา
โดยโรงเรียนมีหลักการ มีวิธีการสอน และสื่อการสอนโดยเฉพาะ เพื่อให้นักเรียนได้บรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าว นักเรียนต้องศึกษาให้ประจักษ์แจ้งแก่ใจว่า “สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ” แปลว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ว่าคือหลักธรรมซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ผู้มีสติปัญญาย่อมเห็นสิ่งทั้งปวงตามความเป็นจริง ผู้เรียนต้องถือหลักธรรมนี้เป็นหลักประจำใจจะต้องฝึกพิจารณาให้เกิดปัญญาที่ถูกต้องว่า ทุกสิ่งเป็นของพระธรรม (ธรรมชาติ)เราต้องช่วยกันดูแลรักษา รู้จักแบ่งปันกัน ใช้อย่างประหยัด ไม่เห็นแก่ตัว รักผู้อื่นให้เหมือน

กับรักตนเอง ฝึกการมีสติที่ถูกต้องในขณะแห่งการผัสสะทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ กับรูป รส กลิ่น เสียง สิ่งที่มาสัมผัสทางกายและสิ่งที่มาสัมผัสทางใจ นำสติและปัญญามาใช้ได้ทันไม่ให้เกิดความทุกข์ นักเรียนมีความสามารถควบคุมกาย วาจาและใจได้ เป็นผู้มีความสุขสงบเย็นและเป็นประโยชน์  ผู้เรียนที่ฝึกฝนปฏิบัติตนอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องจะได้รับผลคือ “นิพพานัง ปะระมัง สุขัง” นิพพานคือความสุขอย่างยิ่งได้รับความสุขจนรู้สึกว่า“นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง” สุขอื่นยิ่งกว่าสุขสงบไม่มี เหล่านี้ คือ สัมมาทิฏฐิที่ควรปลูกฝังให้แก่เด็กให้ได้รับความรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรกของชีวิต

เราต้องให้เด็กมีประสบการณ์กับความสุขที่แท้จริง และ สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรคือความสุขแท้ อะไรคือสุขเทียม มีคนถามเสมอว่าเด็กอนุบาลเราสอนไว้ดี แต่เมื่อไปเรียนต่อที่อื่น หรือไปอยู่ในสังคมที่ไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ มิเป็นการสูญเปล่าหรือ เราแน่ใจว่าไม่เป็นเช่นนั้น ในระดับปฐมวัยเป็นวัยของการก่อร่างสร้างคุณลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และทักษะในการดำเนินชีวิต สิ่งที่เราให้ จะถูกกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แม้อะไรจะเปลี่ยนไปแต่รากฐานจะต้องคงอยู่ และวัยเด็กเป็นวัยแห่งความทรงจำของทุกๆคน ถ้าในอนาคตเขาประสบปัญหาจะหวนระลึกถึงว่า ยังมีความสุขอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ เป็นความสุขที่มีได้โดยไม่ต้องซื้อหา และเป็นความสุขที่แท้จริง เขาไม่ต้องทำลายตนเอง ดังที่กำลังเป็นปัญหาของสังคมโลกปัจจุบันนี้

ในปี พ.ศ.2549 เป็นปีครบรอบ 100 ปีชาตกาลของท่านพุทธทาสภิกขุ ทางองค์การยูเนสโกได้ยกย่องท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ ซึ่งตั้งมาครบรอบ 10 ปี จึงประกาศเปลี่ยนชื่อยุทธศาสตร์จากโรงเรียนอุดมคติ ๓ เป็น โรงเรียนปณิธาน ๓ พุทธทาสภิกขุ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

About the author
Leave Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

clear formSubmit